คนรักชูการ์ไกลเดอร์ | จิงโจ้บิน | Sugar Glider's Archiver

Bosso กระทู้เมื่อ 2011-12-3 14:59

วิธีการเลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อลูกน้อย

ผมขอนำเสนอวิธีการเลี้ยงจิ้งหรีดสำหรับการให้อาหารลูกน้อยของท่าน
[b]เบื้องต้น แนะนำตัวเกี่ยวกับจิ้งหรีดก่อนครับ[/b]

[b]จิ้งหรีด[/b] เป็นแมลงที่มีลักษณะปากเป็นแบบปากกัด มีตารวมหนวดยาวขาคู่หลังมีขนาดใหญ่และ แข็งแรง เพศเมียปีกเรียวและมีอวัยวะวางไข่ยาวแหลมคล้ายเข็มยื่นออกมาจากส่วนท้อง เพศผู้มีปีกคู่หน้าย่นสามารถทำเสียงได้ จิ้งหรีดจัดเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่พบได้ในทุกภูมิภาคของโลก โดยเฉพาะเขตร้อนอย่างประเทศไทย จิ้งหรีดมักกัดกินต้นกล้าของพืช ใบพืช ส่วนที่อ่อนๆ เป็นอาหาร จิ้งหรีดมีหลายชนิด หลายขนาดแตกต่างกันไปตามพฤติกรรมลักษณะพิเศษของจิ้งหรีดที่แตกต่างจากแมลงชนิดอื่นอย่างโดดเด่นและสังเกตได้ง่ายคือ การส่งเสียงร้องและการผสมพันธุ์ที่เพศเมียจะคร่อมบนเพศผู้เสมอ
[b]ชนิดของจิ้งหรีด[/b]ที่พบในประเทศไทยซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย มี 5 ชนิด
1. จิ้งหรีดดำ ลำตัวกล้างประมาณ 0.70 ซม. ยาวประมาณ 3 ซม. ตามะรรมชาติมี 3 สี คือ สีดำ สีทอง สีอำพัน โดยลักษณะที่เด่นชัดคือ จะมีจุสีเหลืองที่โคนปีก 2 จุด
2. จิ้งหรีดทองแดง ลำตัวกว้างประมาณ 0.60 ซม. ยาวประมาณ 3 ซม. มีลำตัวสีน้ำตาล เพศผู้มีสีเข้มกว่าเพศเมีย ส่วนหัวเหนือขอบตารวมต้านบนแต่ละด้านมีแถบสีเหลือ มองดูคล้ายหมวกแก๊ป มีความว่องไวมาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเรียกจิ้งหรีดนี้เป็นภาษาถิ่นว่า จินาย อิเจ๊ก จิ้งหรีดม้า เป็นต้น
3. จิ้งหรีดเล็ก มีขนาดเล็กที่สุด สีน้ำตาล บางท้องที่เรียกว่า จิลอ จิ้งหรีดผี หรือ แอ้ด เป็นต้น ลักษณะคล้ายจิ้งหรีดพันธุ์ทอดแดง แต่มีขนาดเล็กกว่า โดยขนาดประมาณหนี่งในสามของจิ้งหรีดพันธุ์ทองแดง
4. จิ้งโก่ง เป็นจิ้งหรีดขนาดใหญ่ สีน้ำตาล ลำตัวกว้างประมาณ 1 ซม. ยาวประมาณ 3.50 ซม. ชอบอยู่ในรูลึก โดยจะขุดดินสร้างรังอาศัยได้เอง และพฤติกรรมชอบอพยพย้ายที่อยู่เสมอ มีชื่อเรกแตกต่างกันไป เช่น จิโปม จิ้งกุ่ง เป็นต้น
5. จิ้งหรีดทองแดงลาย มี 2 ชนิด คือ ชนิดที่มีปีกครี่งตัว และชนอดที่มีปีกยาวเหมือนจิ้งหรีดทั่วไป ตัวเต็มวัยสีน้ำตาลเข้ม ลำตัวกว้างประมาณ 0.53 ซม. ยาวประมาณ 2.05 ซม. ตัวเต็มวัยเหมือนพันธุ์ทองดแดงแต่เล็กกว่าประมาณครึ่งหนึ่ง

(ทีมา: [url]http://kasetonline.com/2008/12/02/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%94/[/url])

เปรียบเทียบสารอาหารจากจิ้งหรีดกับแมลงอื่น ๆ ได้แก่ หนอนนก และหนอนแว๊กซ์
อัตราส่วนของแคลเซียมต่อฟอสฟอรัสของจิื้งหรีดคือ 1:12 เปรียบเทียบกับหนอนแว็กซ์ที่มีอัตราส่วนคือ 1:07 และหนอนนกคือ 1: 25 จิ้งหรีดจะอยู่ลำดับกลาง แต่ในขณะที่ปริมาณโปรตีน มีปริมาณมากที่สุดโดยเปรีบเทียบคือ 21.30% และมีปริมาณไขมันที่ต่ำที่สุดคือ 6.00% เมื่อเปรียบเทียบกับหนอนแว็กซ์ที่มีโปรตีนเป็นลำดับที่สุดท้ายคือ 15.50% แต่มีไขมันเยอะสุดคือ 22.20% (ในระยะยาวแล้วการให้หนอนแว็กซ์อย่างเดียวหรือให้เกินปริมาณการเผาผลาญพลังงานของน้องจะทำให้น้องเป็นโรคน้ำหนักเกินและจะมีโรคอื่น ๆ ตามมา) ในขณะที่หนอนนกที่มีโปรตีนเป็นลำดับที่สอง คือ 20.30% และมีไขมัน 12.70% หรือถ้าพิจารณาจากปริมาณน้ำพบว่าจิ้งหรีดมีน้ำเยอะทีสุดคือ 70%
(รูปสารอาหารเปรียบเทียบแนบถ้าย)
[attach]24158[/attach]


[b]วิธีการเลี้ยงจิ้งหรีด[/b]
แบ่งวิธีการเลี้ยงจิ้งหรีดออกเป็นสามส่วนคือ

Bosso กระทู้เมื่อ 2011-12-3 15:00

[b]ส่วนที่หนึ่ง หาพันธุ์จิ้งหรีด[/b]
1.ท่านสามารถหาพันธุ์จิ้งหรีดได้ที่สวนจตุจักร หรือสามารถสั่งซื้อไข่พันธู์ได้โดยตรงจากการส่งไปรษณีย์ แต่หาพันธุ์ที่จตุจักรได้ง่ายกว่า โดยมีสองพันธุ์คือ พันธุ์สีดำตัวใหญ่ บินเก่ง และพันธุ์สีน้ำตาลลายทองแดงตัวเล็กปีกสั้น ซึ่งพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงเพื่อเป็นอาหารให้แก่ชูการ์คือ พันธุ์สีน้ำตาลลายทองแดง ตัวเล็ก (เนื่องจากตัวพันธุ์สีดำตัวใหญ่เกินไป อาจจะกัดชูการ์ และควบคุมในการเลี้ยงยากเนื่องจากบินเก่ง) ในการเลือกซื้อ ถ้าหากซื้อมาเพาะให้เลือกถุงที่ร้องเก่ง เสียงดัง จะได้เอามาทำพันธุ์ต่อ แต่ถ้าซ์้อมาให้กินเฉย ๆ ให้ซ์้อถุงตัวเล็ก ๆ ร้องไม่เก่ง จะได้มาโตที่บ้าน
2.การคัดเลือก กรองโรคจากถุงแม่พันธ์ (หากซื้อตัวเป็น ๆ มา) ควรมาคัดแยกตัวที่แข็งแรงก่อนอาจมีตัวที่ตายจากถุงที่ซื้อมา โดยการนำกะละมังที่แห้งและสะอาด แล้วนำถาดไข่ในถุงที่ซื้อออกมาเคาะด้วยมือสุงกว่ากะละมังเพื่อให้จิ้งหรีดตกที่กะละมัง จากนั้นทำการคัดแยกตัวที่่ไม่แข็งแรง กำลังจะตาย และพิการออกมา
3.เตรียมอุปกรณ์ คือ 3.1กล่องหรือลังพลาสติกขนาดกลาง 1 กล่อง 3.2ถาดไข่ (หาซื้อที่ร้านขายไข่ที่ตลาด) หรือแข่งปลาทู หรือถาดพลาสติกเพื่อให้จิ้งหรีดหลบซ่อนตัวได้ 3.3จานให้น้ำแบน ๆ และหินใส่จานให้น้ำ 3.4ฟองน้ำสะอาด (ไว้ให้ลูกจิ่้งหรีดกินน้ำ) 3.5ถาดหรือขันให้จิ้ิงหรีดไข่ โดยใส่แกลบพรมน้ำเปียก 3.6ผ้าขาวบางหรือตาข่ายไว้คลุมกล่อง
[b]ส่วนที่สอง เลี้ยงจิ้งหรีด[/b]
1.การเลี้ยงจิ้งหรีดคือนำตัวพันธุ์ที่เราซื้อมาหรือถาดไข่ที่สั่งมาทางไปรษณีย์ใส่กล่อง ตามด้วยถาดไข่ไว้ให้ตัวจิ้งหรีดหลบ ใส่จานน้ำที่สะอาดโดยวางหินไว้ทั่วจาน หรือเตรียมฟองน้ำสำหรับลูกจิ้งหรีด
[attach]24153[/attach]
2.การให้อาหารจิ้งหรีดโดยผักหรือผลไม้ที่เหลือทานจากชูการ์ของเราหรือให้ทานผักที่เหลือในครัวเรือนโดยล้างน้ำให้สะอาด (ปราศจากสารเคมี) ให้ทานเปลี่ยนทุกวัน พร้อมกับเติมน้ำที่ถาดให้น้ำ (ถ้ามีกลิ่นเหม็นสามารถให้น้ำหมักชีวภาพเจือจางให้จิ้้งหรีดดื่มแทนน้ำเปล่าได้)
[attach]24154[/attach]
[attach]24155[/attach]
3.เพื่อความสมบูรณ์สามารถซื้อหัวอาหารไก่ผสมรำข้าว หนึ่งต่อหนึ่งโรยใส่ถาดให้อาหารจิ้งหรีดได้
4.คลุมผ้าขาวบางไว้กันกลิ่นและกันแมลงรบกวนกับจิ้งหรีดโดดหนี
[attach]24157[/attach]
[b]ส่วนที่สาม เพาะพันธุ์จิ้งหรีด[/b]
1เมื่อจิ้งหรีดโตเต็มวัย (ที่เราซ์้อมาจากสวน) ตัวเต็มวัย อายุ 40 วันขึ้นไป มีสีน้ำตาลเข้ม ตัวเล็กกว่าพันธุ์ทองแดง จะสามารถวางไข่ได้โดยไข่ มีสีขาวนวล ลักษณะเรียวยาวคล้ายเม็ดข้าวสาร ไข่เมื่อฟักนาน ๆ จะมีสีเหลือ และดำ ก่อนจะฟักออกเป็นตัวอ่อน ใช้เวลาประมาณ 13 -14 วัน ถ้าเป็นฤดูหนาวประมาณ 20 วัน ตัวอ่อนเมื่อฟักออกจากไข่ใหม่ ๆ มีสีครีมต่อมาเปลี่ยนเป็นสีดำและมีลายม่วง มีการลอกคราบ 7 ครั้ง ระยะตัวอ่อนประมาณ 40 วัน
วิธีสังเกตความแตกต่างของเพศผู้และเพศเมียเพศผู้ ปีกคู่หน้าย่น สามารถทำให้เกิดเสียงได้ โดยใช้ปีกคู่หน้าถูกัน เสียงที่จิ้งหรีดทำขึ้น เป็นการสื่อสารที่มีความหมายของจิ้งหรีด เพศ เมีย ปีกคู่หน้าเรียบ และมีอวัยวะวางไข่ยาวแหลม คล้ายเข็มยาวประมาณ 1.50 ซม. การทำเสียงของเพศผู้ เกิดจากการใช้ปีกคู่หน้าถูหรือสีกัด ปกติปีกจะทัยกันเหนือลำตัว เพศผู้ปีกขวาจะทับปีกซ้าย ส่วนเพศเมียปีกซ้ายจะทัยปีกขวา เวลาร้องจะยกปีกคู่หน้าขึ้นใช้ขอบของโคนปีกซ้ายูหรือสีกับฟันซี่เล็ก ๆ ที่เรียงกันเป็นแถวที่โคนด้านในของปีกขวาพร้อม ๆ กับการโยกตัว เสียงร้องจะบ่งบอกถึงพฤติกรรมของจิ้งหรีดในขณะนั้น เช่น
[attach]24156[/attach]

Bosso กระทู้เมื่อ 2011-12-3 15:05

ลักษณะแสดงพฤติกรรม
1. กริก…กริก…กริก…นานๆ  อยู่โดนเดี่ยว ต้องการหาคู่ หรือหลงบ้านบางครั้งพเนจรร้องไปเรื่อย ๆ
2. กริก…กริก…กริก..เบา ๆ และถี่ ติดต่อกัน ต้องการผสมพันธุ์ ตัวผู้จะท้ายหลังเข้าหา ตัวเมีย เพื่อขึ้นคร่อมรับการผสมพันธุ์
3. กริก…กริก…กริก..ยาวดัง ๆ 2 – 3 ครั้ง โกรธ หรือแย่งความเป็นเจ้าของ
4. กริก…กริก..กริก..ลากเสียงยาว ๆ ประกาศอาณาเขต หาที่อยู่ได้แล้ว

การผสมพันธุ์
เมื่อลอกคราบเป็นตัวเต็ววัยประมาณ 3-4 วัน ก็จะเริ่มผสมพันธุ์ ตัวผู้จะส่งเสียงเรียกหาตัวเมีย ตอนแรกจะส่งเสียงเรียกหาตัวเมีย ตอนแรกจะส่งเสียงดังและร้องเป็นช่วงยาว ๆ เพื่อให้ตัวเมียเข้ามาอยู่ใกล้ ๆ จิ้งหรีดจะอาศัยเสียงร้องเท่านั้น จึงจะเห็นเพศตรงข้าม เนื่องจากสายตาไม่ดี หนวดรับการสัมผัสไม่ค่อยดี จะสังเกตได้ เมื่อตัวเมียเกาะอยู่นิ่ง ๆ ตัวผุ้จะเดินผ่านไปทั้ง ๆ ตัวเมียอยู่ใกล้ เมื่อพบตัวเมียแล้วเสียงร้องจะเบาลงเป็นจังหวะสั้น ๆ กริก..กริก..กริก.. ถอยหลังเข้าหาตัวเมีย เพื่อให้ตัวเมียขึ้นคร่อมรับการผสมพันธุ์ ใช้เวลาประมาณ10 – 15 นาที โดยตัวผู้จะยื่นอวัยวะเพศแทงไปที่อวัยวะเพศเมีย แล้วปล่อยถุงน้ำเชื้อมีลักษณะปลายเป็นลูกศรออกไปติดที่อวัยวะเพศเมีย หลังจากนั้น ถูงนำเชื้อจะฝ่อลง ตัวเมียจะใช้ขาเขี่ยถุงน้ำเชื้อทิ้งไป

การวางไข่
หลังากผสมพันธุ์แล้ว 3- 4 วัน ตัวเมียจะเริ่มวางไข่โดยใช้อวัยวะที่ยาวแหลมคล้ายเข็มความยาวประมาณ 1.50 ซม. แทงลงไปในดินลึก 1-1.50 ซม. และวางไข่เป็นกล่ม ๆ ละ
3 – 4 ฟอง ตัวเมีย 1 ตัว จะวางไข่ได้ประมาณ 1,000 – 1,200 ฟอง ปริมาณไข่สูงสุดช่วงวันที่ 15 -16 นับจากการผสมพันธุ์ จากนั้นไข่จะลดลงเรื่อย ๆ จนหมดอายุขัย
(ทีมา: [url]http://kasetonline.com/2008/12/02/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%94/[/url])

ข้อดี และข้อเสียก่อนการตัดสินใจเลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อลูกน้อยของท่าน
[b]ข้อดี[/b]
1.ลูกน้อยของท่านจะได้สารอาหารที่มีประโยชน์ในระยะยาวจะไม่ทำให้เกินภาวะน้ำหนักเกิน
2.ฝึกสัญชาติญานนักล่ากรณีให้ลูกท่านจับจ้ิงหรีดกินเอง
3.ต้นทุนราคาถูกมากเมื่อเปรียบเทียบกับการซื้ออาหารแมลง

[b]ข้อเสีย[/b]
1.มีกลิ่นจากมูลหรือฉี่จิ้งหรีด
2.เสียงดังมาก ดังตลอดเวลา

[b]งบประมาณ/ต้นทุน [/b]
1.ค่าพ่อพันธุ์ตั้งต้น (3ถาด 50 ถาดละ 20 ต่อรองราคาแม่ค้าเอา)   50 บาท
2.ถาดไข่ 3 ถาด (ต่อหนึ่งรอบผสมพันธุ์                                  6 บาท
3.ค่าผ้าสาลู ขาวบาง 1 เมตร (ถ้าซื้อ)                                  40 บาท
4.ค่ารำและค่าหัวอาหาร                                                   50 บาท
5.ค่าแกลบไว้ให้ไข่                                                          5 บาท
6.ค่าอาหารผักผลไม้ (เหลือจากชูการ์ หรือครัวเรือน)                   0 บาท
7.ค่าน้ำ                                                                      10 บาท
8.ค่าฟองน้ำ (ถ้าซื้อ)                                                       10 บาท
9.ค่าขัน    (ถ้าซื้อ)                                                         10 บาท

Bosso กระทู้เมื่อ 2011-12-3 15:08

ปล.เสียงดังมาก ดังตลอดเวลา ๆ จริง ๆ คิด ๆ แล้วจะเอาไปปล่อยที่สนามหญ้าดีมั้ย มันดังมาก

บทความเพิ่มเติมสำหรับการศึกษาการเลี้ยงจ้ิงหรีดอย่างจริงจัง
[url]http://kasetonline.com/2008/12/02/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%94/[/url]

[url]http://www.vegetweb.com/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%94/[/url]

[url]http://xn--03cnior.blogspot.com/[/url]

[url]http://cricket-farm.blogspot.com/[/url]

[url]http://www.correct.go.th/poppoln/navattakam.html[/url]

[url]http://www.learners.in.th/blogs/posts/290456[/url]

Bosso กระทู้เมื่อ 2011-12-3 15:20

แถม ภาพลูกชาย ลูกสาว ละก็ลูกสาวตัวน้อยคนใหม่ คือ ชาบู ชื่อเล่น บูบู๊ บู๊  ลูกชุบ ชื่อ ชุบ หรือชุบชุบ ละก็น้องน้อยชินมัย ชื่อเล่น นู๋ชิน

สามหน่วย ชาบู (หัวล้านนิด ๆ) ตรงกลาง ชินมัย ริมขวาสุด ลูกชุบ
[attach]24159[/attach]
[attach]24160[/attach]

พี่ชายกับพี่สาวบังน้องซะ
[attach]24161[/attach]

น้องชินอยากถ่ายแบบเต็ม ๆ บ้างอะ
[attach]24162[/attach]

wonderland2538 กระทู้เมื่อ 2011-12-3 16:34

ข้อมูลดีมากเลยครับ

KumKum กระทู้เมื่อ 2011-12-3 19:12

ความรู้แน่นมากคับ  ไว้จะเอาไปลองใช้ดูขอบคุณคับ

pajaree2 กระทู้เมื่อ 2011-12-3 23:47

ปากกัดโดนมาเเล้วTT เลยจับต้มสะเลย :lol

Bosso กระทู้เมื่อ 2011-12-4 03:34

ไอ้ตัวสีดำเปล่าพี่ ท่าทางมันโหดอะ ตัวใหญ่ ปีกใหญ่ คงจะบินเก่งอะครับ
กลัวมันกัดน้องเราไม่ทันกิน

ขนาดตัวเล็ก ๆ นี่ให้น้องวิ่งจับยังจับกันไม่ทันเลย ต้องเอาจิ้งหรีดใส่กระเป๋าพาเที่ยวน้องแล้วน้องใส่ตามไปอะครับ ไม่งั้นจับไม่ทัน เดือดร้อนพ่อมันต้องตามล่าหาตัวจิ้งหรีดที่หนีไปในห้อง

RiNRin กระทู้เมื่อ 2011-12-4 04:20

เป็นข้อมูลที่ดีมากๆค่ะน้องบอส

พี่รินก็อยากจะเพาะอยู่นะคะ

แต่กลัวว่าคนข้างๆตัวพี่รินจะขอหย่า เพราะทนเสียงจิ้งหรีดไม่ไหวนี่แหละค่ะ

ปล. พี่รินเคยซื้อที่สวนมา เก็บเอาไว้ในครัว มันร้องเสียงดังมากกกกค่ะ

ปล2. ตอนนี้พี่รินเลยให้ลูกๆกินแต่หนอนแว็ก เพราะพี่รินเพาะเอง ได้ผลเกินคาด ลูกๆรักพี่รินอีกเป็นกองค่ะ ส่วนไก่กับตัวอ่อนผึ้งในช่องฟรีซสงสัยจะเป็นหมันแล้วด้วยค่ะ

baituey กระทู้เมื่อ 2011-12-4 16:33

น่าเพาะมากเลยแต่ยังไม่เคยให้คุณๆๆๆกินเลย

pajaree2 กระทู้เมื่อ 2011-12-4 16:44

ใช่ค่ะเป้นพันทองดำทองเเดง ตัวใหญ่ๆดำๆ โดนกัดที่ไม่กล้าจับอีกเลย ละ

เวลาตับต้อง หาอะไรมาครอบมือก่อนกลัว= = เเต่ให้ลูกๆกินตอนเป็นๆเค้าก็กัดได้น่ะไม่โดนกัดเพราะ ลูกเรามันกัดหัว

ก่อนเลยท่าทางจะกลัวโดนกัด5555 เเเล้วเค้าชอบกันมากๆด้วยน่ะ ของโปรดไปเลย

katiem กระทู้เมื่อ 2011-12-4 22:31

,มาเก็บข้อมูลงับบ ขอบคุณงับ

watanuki378 กระทู้เมื่อ 2011-12-6 14:13

น่าลองเลี้ยงให้ลูกกินดูจัง ขอบคุณความรู้ดีดีครับ

ล่าสุดลูกผมกินมากกว่าจิ้งหรีด  เค้ากินจิ้งจกอ่ะ:funk:

Bosso กระทู้เมื่อ 2011-12-7 11:01

ต้องพาไปหาหมอโดยด่วนที่สุดนะครับ

sozaad กระทู้เมื่อ 2011-12-7 11:14

ข้อมูลน่าสนใจมากเลยค่ะ แต่ติดที่อยู่หอนี่แหละ เห้อออ :L

Bosso กระทู้เมื่อ 2011-12-8 09:50

ถ้าอยู่หออย่าได้ซื้อมาเด็ดขาดนะครับ มันร้องดังมาก ดังตลอดเวลา และดังที่สุดครับ
สงสัยเลี้ยงดีเกินจนผมต้องเอาไปปล่อยสนามหญ้าครับ

Arteries กระทู้เมื่อ 2011-12-10 12:21

พี่บอส ผมอยู่ 37 ผ่าน ว่างๆ ให้ผมไปเล่นกับน้องบ้างดิ่ ผ่านตรงนั้นไปทำงานทุกวันเลย :P บ้านเราเลี้ยงไม่ได้หรอก ตึกแถว เสียงมันดังเกินไป

Minniez กระทู้เมื่อ 2011-12-12 08:17

อยากเลี้ยง. แต่เสียดายว่าเสียงดัง -_-

Bosso กระทู้เมื่อ 2011-12-19 19:59

เสียงดังจริง ๆ นะครับ ดังแบบว่าดังตลอดเสียงไม่มีตกเลยครับ ก่อนท่านใดจะเลี้ยงก็คิด ดี ๆ ครับ
ส่วนถ้าซื้อมาให้น้องกิน ก็เอาไปนอคน้ำแข็งใส่กล่องแช่แข็ง โดยเอาทิชชูรองก้นกล่อง กับปิดทับ (กันน้ำแข็งตกใส่ครับ)

อยู่ได้เป็นเดือน เวลาให้น้องกินก็เอาออกมาวางบนจานในอุณหภูมิห้องครับ

ถ้าจะเก็บแช่แข็งโดยใส่ถุุงซิบลอคเป็นถุงพอกินได้หนึ่งมื้อ แล้วพอเอาออกมาแช่แข็งก็เอาถุงไปวางในชามน้ำอุ่นอะครับ
พอจิ้งหรีดละลายน้ำแล้วก็มาล้างน้ำอุ่นอีกรอบ พึ่งตั้งไว้ให้แห้ง รอน้องทานครับ
ต้องระวังมดให้ดี มดชอบมาก

aobwan กระทู้เมื่อ 2011-12-19 21:54

ข้อมูลดีมากเลยครับ

arm4814977 กระทู้เมื่อ 2012-1-25 02:53

มาเก้บความรู้นะค๊าฟฟฟ

Crowz กระทู้เมื่อ 2012-2-19 18:24

ขอบคุณสำหรับความรู้คับ

แต่คงเลี้ยงไม่ได้ เสียงคงดังน่าดู เลี้ยงแล้วคงปวดหัว *-*

beepo กระทู้เมื่อ 2012-3-12 00:19

เมื่อตอนอยู่ประถม พ่อก็เพาะจิ้งหรีดขายคะ จิ้งหรีดเต็มเลยยตอนนั้น แต่ว่ายังไม่ได้เลี้ยงชูก้าเลย ฮ่าๆ ตอนนี้เลี้ยงน้องชูแล้ว อยากให้พ่อกลับมาเพาะอีกจังเลย ฮ่าๆๆ

pol1981 กระทู้เมื่อ 2012-3-24 20:09

เป็นข้อมูลที่ดีมากครับ ผมว่าพวกเราหลายๆคน ลองสำรวจสมาชิกที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงแล้วทำการเพาะจิ้งหรีดไว้ใช้กันเองภายในกลุ่มก็คงจะดีอยู่ไม่ใช่น้อย อาจจะแบ่งหน้าทีกันภายในกลุ่มเกี่ยวกับอาหารและโภชนาการต่างๆ เพื่อลดต้นทุนหลายๆอย่าง เพราะช่วงนี้ข้าวของต่างๆราคาเริ่มสูงขึ้น ดีกว่ามาทำกันแบบต่างคนต่างทำ เพราะยังไงลูกๆเราอาจจะจัดการกับพวกนี้ได้ไม่หมดแน่ๆ อันนี้เป็นข้อเสนอแนะนะครับ เพราะว่าจากที่ได้สัมผัสกับครอบครัวชูการ์แห่งนี้ ต่างให้ความเคารพ และรักใครกันอย่างมิตรแท้ที่ดีต่อกัน ยังไงก็ขอบคุณครับ ผมก็จะลองรวบรวมกลุ่มดู ถ้าทำขึ้นมาแล้วยินดีทำเป็นตัวอย่างนำร่องให้ได้ครับ

kakabig กระทู้เมื่อ 2012-4-22 21:48

เด๋วจะลองทำดู

่jaeng กระทู้เมื่อ 2012-4-23 02:28

มันเป็นอะไรที่ดีมาก
ขอบคุณมาก คร้า
แต่หาซื้อ.....สะดวกกก
ขอบคุณความรู้มากจ้า

หน้า: [1]

Powered by Discuz! Archiver 7.2  © 2001-2009 Comsenz Inc.
Translated Thai by Jaideejung007(Thzaa.com)